| เทศกาลประเพณีโล้ชิงช้า ของชาวอาข่า ตำนานการโล้ชิงข้า
ของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าได้เล่าถึงประเพณีการโล้ชิงช้าว่า เกิดขึ้นในสมัยที่อาข่าได้ตั้งถิ่นฐานที่มณฑลยูนนานทางแถบตอนใต้ของประเทศจีน
เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2000 ปีเศษ ซึ่งตามตำนานนั้น น่าจะเป็นอาณาบริเวณเมือง
คุณหมิง ในปัจจุบัน การบอกเล่าของชาวอาข่าจะใช้ภาษาเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า
ดินแดนของ จาแด ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่า เป็นตำนานการเล่าขานที่ยังไม่ปรากฏชัดว่าเกิดขึ้นในสมัยใด
แต่ในบทเพลงที่ขาวอาข่าร้องช่วงมีเทศกาลนั้นปรากฏว่าเทศกาลโล้ชิงช้าเป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นจากผู้หญิงเป็นผู้เริ่มโดยกำหนดประเพณีโล้ชิงช้าในเดือน
ฉ่อลาบาลา ตรงกับปลายเดือนสิงหาคม-ถึงต้นเดือนกันยายนของทุกปี
ซึ่งจากตำนานได้เล่าว่า ผู้นำในสมัยนั้น นึกอยากจะแกล้วให้คนจนประสบความทุกข์ยากลำบาก
จึงได้มีกำหนดพิธีการโล้ชิงช้าเป็นเวลา 33 วัน ซึ่งช่วงเวลาที่มีพิธีกรรมนั้น
ประสงค์อยากให้คนจนอดตายเพราะโดยปกติเวลาที่มีพิธีกรรมห้ามทำมาหากินเมื่อเป็นเช่นนี้
คนจนจึงได้ตระเตรียมผลไม้เผือกมันที่มีอยู่ในป่าเอามาเก็บไว้ในบ้านเป็นจำนวนมาก
ส่วนคนรวยก็เตรียมเช่นกัน เพื่อที่จะมีไว้บริโภคในช่วงเทศกาลโล้ชิงช้า
เมื่อเริ่มพิธีกรรมได้ระยะหนึ่ง พวกคนรวยที่เตรียมข้าวสารไว้บริโภคนั้นเริ่มหมดก่อน
ส่วนคนจนยังมีพอจะกินเพราะเตรียมไว้มาก ดังนั้นคนรวยที่คิดจะแกล้ง
คนจนให้อดตายนั้นไม่เป็นตามที่คาดไว้ ดังบทเพลงโล้ชิงช้าจะมีอยู่ตอนหนึ่งว่า
คิดอยากจะโลชิงช้า คนรวยจะตายก่อน ด้วยเหตุนึ้จึงได้ย่นพิธีกรรมจัดเทศกาลโลชิงช้ามาเป็นเวลา
4 วัน ดังปัจจุบันซึ่งถือเอาวันที่ว่างและมีฝนตกมากมาจัดพิธีกรรม
อาข่าเรียกเทศกาลโล้ชิงช้านี้ว่า แย้ ขู่ จ๋า เออแปลว่า กินในหน้าฝน
ดังนั้นการจัดพิธีโลชิงช้าจึงจัดเพื่อเป็นการฉลองให้กับพืชผล
ที่มีความเจริญงอกงามและรอการเก็บเกี่ยว ตลอดจขนการรำลึกและให้เกียรติกับสตรี
การจัดการประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่าจะเริ่มในวันความโดยส่วนใหญ่เพราะถือว่าเป็นวันฤกษ์ดีโดยมีกำหนด
4 วัน มีขั้นตอนพิธีกรรมดังนี้
วันที่ 1
ตามปกติโดยส่วนใหญ่ วันแรกของการเริ่มเทศกาลนั้นจะตรงกับวันของอาข่าคือวัน
ควาย ซึ่งจะเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ในวันแรกการทำพิธีกรรมจะประกอบด้วยเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ
ดังนี้
- ไก่ขนสีดำหรือสีแดง จะเป็นเพศผู้หรือเพศเมียก็ได้จำนวน 1 ตัว
ยกเว้นขนสีขาวห้ามมาใช้ในพิธีกรรมเพราะอาข่าถือว่าไม่บริสุทธิ์
- ข้าเหนียวดำ (ข้าวปุก)อาข่าเรียกว่า ห่อ-ถ่อง
- เหล้า ที่ใช้ในพิธีกรรม ชาวอาข่าเรียกว่า จี้ป่าจี้จุ โดยใส่กระบอกไม้ไผ่เล็กๆ
ซึ่งถือว่าเป็นเหล้าบริสุทธิ์
- ใบชากับขิง ใส่รวมกัน ชาวอาข่าเรียกว่า แซ ถ่อง หละ แพ้เพื่อใช้แทนเป็นน้ำชา
- ข้าวเหนียวบริสุทธิ์ ชาวอาข่าเรียกว่า ห่อซ้อ
- อุปกรณ์ขันโตก / ถ้วย / จอกน้ำ
พิธีกรรมเซ่นไหว้จะจัดในช่วงเวลา 11.00 น.-12.00 น.ตอนกลางคืนจะเต้นรำพื้นบ้านจนถึงเวลา
24.00 น.
วันที่ 2
ตรงกับวันเสือ(ข่า หล้า)วันนี้เป็นวันสร้างชิงช้าใหญ่ของชุมชน
โดยทุกครัวเรือนจะมารวมกันที่บ้านของผู้นำจื่อมะแล้วไปสร้างชิงช้า
โดยต่างคนต่างทำหน้าที่ช่วยกันหาต้นไม้สี่ต้นเพื่อมาสร้างเสาชิงช้า
และเครือสะบ้าเพื่อมาทำเป็นเชือกในการโล้ เมื่อสร้างชิงช้าเสร็จ
จื่อมะถือว่าเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมของชุมชน จะทำพิธีโล้โดยก่อนจะทำการโล้จะใส่สิ่งของ
3 สิ่งคือ หิน หญ้าเจ้าชู้ และเครือหนาม อันมีความหมายว่า หินหมายถึง
ความหนักแน่น ความเข้มแข็งของคนและชุมชน หญ้าเจ้าชู้ หมายถึง
การแพร่พันธุ์ของคนและผลิตผลต่างๆและเครือหนาม หมายถึง การป้องกันภัยอันตรายที่ไม่ให้เกิดในชุมชน
โดยมัดรวมกันแล้วแกว่งโล้ 3 ครั้ง จากนั้นก็จะให้จื่อมะโล้เป็นคนแรก
ถือว่าเป็นการเปิดพิธีการโล้ เสร็จแล้วจากนั้นคนอื่นๆ จึงจะโล้ได้
ตอนเย็นจะมีการกระทุ้งกระบอกไม้ใผ่โดยคนหนุ่มสาวจะเต้นรำพื้นบ้านตลอดทั้งคืน
วันที่3
ตรงกับวันลา (ถ่อง ลา )ถือว่าเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ มีการประกอบพิธีเซ่นไหว้ตั้งแต่เช้ามืดโดยใช้เครื่องเซ่นไหว้เหมือนวันแรก
ยกเว้นจะไม่มีไก่ในการเซ่นไหว้เท่านั้น ส่วนอื่นๆจะเหมือนเดิม
การเซ่นไหว้ของวันนี้จะทำในตอนเช้า ไม่ใช่ตอนเที่ยงเหมือนวันแรก
เมื่อทำพิธีกรรมเซ่นไหว้ในช่วงเช้าเสร็จแล้วชุมชนจะมีการฆ่าหมูหรือสัตว์ใหญ่
เช่น วัว ควาย เพื่อมาใช้บริโภค ถือว่าเป็นวันที่ชุมชนมีการเลี้ยงฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ตอนกลางคือจะเต้นรำพื้นบ้าน
จนถึงเวลา 24.00 น.
วันที่ 4
ตรงกับวันกระต่าย (หล่อง) วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลโล้ชิงช้า
ซึ่งจะมีกิจกรรมโล้ลิงช้าเป็นหลัก เมื่อตกตอนเย็น จื่อมะ ผู้นำวัฒนธรรมจะเป็นผู้ทำการปิดการโล้ชิงช้าของปีนั้นจนกว่าจะเวียนบรรจบครบรอบอีกหนหนึ่งถึงจะโล้ชิงช้าได้
|