คุณเอ๋ จากครัวอารมณ์ดี, คุณบุญทวี จากเชียงใหม่ดีสคัฟเวอร์ร,ี่ คุณหนุ่ย ประตูน้ำ จากไกด์บุ๊ค และคณะ บุกดอยดังสำรวจแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครได้สัมผัส...
* สูงสุดยอดของ “ดอยดัง นางแล” คือเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งท่านนายก อบต.นางแล สุรินทร์ เขื่อนเพชร ตั้งใจจะโปรโมทเป็นจุดท่องเที่ยวของ อบต.นางแล * และเป็นดอยเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าเรากระแทกพื้น จะมีเสียงดัง ว๊ง..ว๊ง...ว๊ง.. ทำนองนั้น.... พวกเราจึงดั้นด้นไปสำรวจกัน
* 11 พ.ค. คณะทำงาน 7 ชีวิต นัดเจอกันที่ อบต.นางแล เวลา 9.00 น. คุณหนุ่ย ประตูน้ำ จากไกด์บุ๊ค ประสาน ไว้ให้ * เราขับรถเข้าไปสู่ตีนดอย นามว่า ดอยดัง จอดรถทิ้งไว้ที่หมู่บ้านตีนดอยก่อน แล้วเริ่มออกเดินทาง โดยเท้า 9.30 น. ค่ะ ชนิดไม่ต้องวอร์มอัพกันเลยล่ะ เลาะเลื้อยผ่านร่มไม้รายทาง และเริ่มชันขึ้นทีละนิดๆ เจอน้ำตก เป็นแอ่งทรงเกือบกลมๆ เล็กๆ น่ารักมากๆ น่ากระโดดลอยคอ น้ำใสแจ๋วเล๊ย * จากจุดนี้ คุณสร้อยทอง คุณวนิดา คุณภฤศ ขอแยกไปเตรียมอาหารการกินไว้รอเรา และกะว่าจะสำรวจโฮมสเตย์รออยู่ข้างล่างละกัน * เหลืออีก 4 คนคือคุณบุญทวี อภิชา ปวีณ กะยัยเอ๋ ยังกล้าๆ กลัวๆ อยากไปก็อยาก กลัวไม่ไหวก็กลัว..* แต่สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจเดินต่อ ก็คือ นายกสุรินทร์ อุตส่าห์สละเวลาของท่านมานำขบวนพวกเราด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ตามแผนเดิม ท่านต้องอยู่ต้อนรับคณะดูงานจากที่ไหนซักแห่งตั้ง 50-60 คน * ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ประธานหมู่บ้านอีก 14 แห่ง ในอบต.นางแล ส่งตัวแทนมาเพื่อเป็นเพื่อนร่วมขบวนไปกับเราอีกตั้ง ประมาณ 30 คน


                    




* แล้วจะให้พวกเรา 4 คน หันหลังกลับก็ใจร้ายมากไปมั้ง ฮือๆๆ เดินต่อก้อด๊ายยย.. * แล้วก็เดินต่อไปทางสวนลิ้นจี่ บ้านลิไข่ เพราะผู้นำทางประเมินแรงพวกเราดูแล้วว่าอ่อนหัดม๊าก ขืนไปตามแผนเดิม ก็คง 3 วันถึง แฮะ ๆๆ จึงเปลี่ยนแผนซะเลย * เส้นทางนี้ชันมาก เป็นเส้นทางเดินของชาวบ้าน ชาวเขาละแวกนั้น รถอะไรก็ไม่สามารถเลยล่ะ
* เรา 4 คน แรงพอๆกัน ..แรงน้อยน่ะ..เดินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก พักมันทุก 5 เมตร เลยน่ะ....เดินไป หกล้มลื่นแพร่ดๆ เป็นระยะๆ * คุณบุญทวี (โย) ต้องหอบกล้องไปอีก 1 กระเป๋า เพื่อเก็บภาพมาลงในวารสารที่เรากำลังจะทำ หนักก็หนัก เพื่องานสมาคม คุณโยสู้ต๊าย * แถมยังตะคริวกินไปตลอดทาง ต้องกลั้นใจเดิน โอ่ยย...เห็นแล้วเจ็บแทนจัง * คุณปวีณ ก็คงกินแค่กาแฟมาถ้วยเดียวแฮะ หิวตาลาย อาเจียนไปเรียบโร้ยยย * เอ๊า...ว่าแล้วก็เดินต่อปายย ..
* อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตะละคน เหงื่อหยดติ๋งๆ เอ๊ยย..เหงื่อแตกพลั่กๆๆๆๆ..เสื้องี้เปลี่ยนสี เปียกชุ่มโชกกันหมดเลยแฮะ * คุณชาพึมพำ เสียงดังฟังชัดตลอดทางว่า “ อยากกินโค๊กกกกก ...ต้องแช่เย็นด้วยนะ ..อยากกินโค๊ก ..เย็น..เย๊น..น..” * ชวนให้เรานึกอยากไปด้วย แต่อารมณ์นั้นไม่กล้ากินน้ำมาก ได้แต่จิบทีละนิดๆ ก็ไม่กล้าเก็บดอกไม้กลางป่าอ่ะนะ.. * เพราะเดินไปเกือบครึ่งทาง ถึงได้รู้ว่า มีผู้หญิงแค่ 2 คน คนนึงเป็นสายตรวจอาสาสมัครที่มาร่วมขบวนรับพวกเรา อีกคนก็เดี๊ยนเนี่ยฮ่ะ ..!!!! * พอรู้เท่านั้น ก็กังว๊ล..กังวล กลัวตัวเองจะเป็นตัวถ่วงขบวนให้ช้ารึเปล่าเนี่ย ก็ไม่รู้ทำงัย มันถอยก็ไม่ด๊ายยย...ได้แต่ก้มหน้าเดินต่อไปเถอะ อั้นฉี่ไว้ก่อนละกัน * หิวก็หิว ก็ตอนเช้ากินกล้วยน้ำว้าไปแค่ 2 ใบเองง่ะ
* วิวระหว่างทางสวยงามที่สุดเลยค่ะ เห็นวิวเมือง ฝั่ง ม. แม่ฟ้าหลวง เห็นวิวทิวเขาเชียงรายงดงามที่ซู๊ดดด.. เป็นภาพแบบ Panorama เลยนะคะคุณขา....ขอบอกว่า ง๊าม..งาม...เกินบรรยาย..เกินคำว่าโรแมนติค ไปอีกหลายร้อยขุม ว่างๆ ก็มา trek กันได้เล๊ย ยัง virgin อยู่น่ะค่ะ * ทางที่ดี น่าจะหิ้วเต๊นท์
มากางนอนที่นี่จริงๆ สวยยยยยยย... นะจ๊ะ ....หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง..กริ๊ดดดด..สวย...เมื่อย...สลบ...
* เท่าที่ดูเวลาแล้วท่าจะกลับลงไปถึงซัก 5- 6 โมงเย็น คุณโยจึงสรุปว่า ให้เปลี่ยนแผน โดยแยกเป็น 2 คณะ เพราะคุณสร้อย คุณวนิดา คุณภฤศ ก็รออยู่ข้างล่างพอดี เลยโทร.บอก ให้ไป สำรวจเส้นทาง อบต.ท่าสายเลย เพราะ นายก อบต. สมัย รัตนจันทร์ ก็รอพวกเราอยู่ (ตอนแรกเรานึกว่า พวกเราเจ๋ง แค่บ่ายสอง ก็ควรจบเส้นทางนี้ แล้วก็จะไปต่อ อบต.ท่าสาย ด้วยกัน ปรากฏว่า พวกเราอ่อนซ้อมมากเลย จึงเปลี่ยนแผนด่วน) *ก็โชคดีที่มีสัญญาณโทรศัพท์ใช้ได้ตลอดทาง *
*เที่ยงครึ่งขบวน 30 กว่าชีวิต แวะกินข้าวเหนียว หมูทอด น้ำพริกตาแดง แสนอร่อย น้ำพริกข่า.. ห๊อม..หอม * คุณสุรินทร์ กับ ส.อบต. กะหลายๆคน ช่วยกันตัดใบตองอวบๆ และใบไม้อื่นๆ มาให้เรารองนั่ง อือม์..คนเมืองหยั่งเรา เห็นแล้วประทับใจจัง..ธรรมชาติมีบุญคุณต่อเราทุกแห่งเสมอ..ไม่ว่า ต้นไม้ ใบหญ้า ทะเล หรือภูเขา..และยังน้ำใจคนอีก.... * พวกเรากินอย่างหิวจัด แต่ก็กินได้ไม่มากนัก มันเหนื่อยมั้ง ก็กลัวกินมาก เดี๋ยวจุก * ฝนลงเม็ดเปาะๆแปะๆ..เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ..โอ๊ววว ยังลื่นแพร่ดๆ ไม่พ๊อ ต้องมีน้ำฝนซะหน่อย ชุ่มฉ่ำหัวใจ..โอ่ยยย ..อะไรจะต้องลุ้นกันปานนี้ ..แล้วก็ไม่ตกมากแฮะ
* บ่ายโมง เรามาถึงยอดดอยดังจุดที่ 1 ทดสอบเสียงกันใหญ่เลย บางคนใช้ไม้ไผ่ลำใหญ่ๆ กระแทกพื้นดู บางคนก็ใช้เท้าเอา..เออ..มันก็แปลกดีนะ ธรรมชาติเนี่ย...แต่เราหมดแรงน่ะ.. * คุณโย เขี่ยดักแด้ ที่มันฝังตัวอยู่ในดินครึ่งนึง ..แล้วก็





ร้องว่า ..นี่ไงๆๆ..มันยังกะดุ๊กกะดิ๊กอยู่ ยังไม่ตาย..ตื่นเต้นเป็นบ้าเลยเรา ตัวงี้น้ำตาลดำเข้มๆ อวบอ้วน บึ๊กๆ เปลือกดูแข็งๆ มันแผล็บๆ เห็นแล้วก็ ไม่น่ากลัวหร็อก แต่ว่า.. อี๋ .อี๋ ..ยี้ ...แหวะ.ไปดีกว่า *
* เราได้ยินเสียงให้กำลังใจ เป็นระยะๆ ตลอดทางว่า.. “ อีกนิดเดียวเอ๊ง ”.. แฮ่กๆๆ.. นิดเดียวตลอดเลยแฮะ...* และแล้ว บ่ายโมง 50 เราก็มาถึงจุดสูงสุดของ “ดอยดัง”....โอววว..จอร์จ..มันยอดมากเลย....พวกเราพิชิตยอดดอย.... ได้ไงเนี่ย ภูมิใจในตัวเองจั๊งงงงง ..แฮ่ก ๆๆๆ * ถึงจุดนี้ ไม้ป่าต้นใหญ่ร่มครื้มเต็มไปหมด ก็ไม่เห็นทัศนียภาพใดๆ ในเมือง นะคะ แต่เต็มไปด้วย ต้นไม้ สู๊ง..สูงๆ.. จนต้องเงยคอตั้ง เพื่อมองหายอดไม้ ก็ยังแทบไม่เห็นเลย ...คนเมืองหยั่งเรา ....ทึ่งงงงงงง * ที่น่าเสียใจคือเราได้เห็นร่องรอยการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าด้วย คุณสุรินทร์ บอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีการลักลอบตัดกันบริเวณนี้แล้ว
* ตลอดเส้นทางเราได้เห็นพันธุ์ไม้สวยๆ เยอะนะ สมบูรณ์ อวบอ้วน เขียวขจี ดอกไม้สีสวยๆ เจอมะไฟป่า เปลือกสีแดง แข็งๆ หน่อย ลูกกลมๆ เนื้อในเหมือนลองกอง อร่อยแบบว่า..เปรี้ยวปรี๊ดดด.. ช่วยให้เราตาตื่นพองโต เดินได้อีกไกลโขเลยหละ * เจอเถาวัลย์ใหญ่ๆ บึ๊กๆ เลื้อยยาวเฟื้อย ไปทั่วป่า มีต้นเฟิร์น น่ารักๆ ดอกไม้สารพัดสี แดง ม่วง ขาว ฯลฯ นี่แหละธรรมชาติ..กรี๊ด ...สวย..สลบ..ปวดน่องง่ะ..* ระหว่างทางคุณโย กะคุณชา ก็ไกด์ให้คุณสุรินทร์ได้ทราบถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวว่าเป็นอย่างไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อำนวยความสะดวกอะไรให้เค้าได้บ้าง โดยยังคงรักษาธรรมชาติ และจูงใจนักท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ได้ดีขึ้น
* จากจุดสูงสุดของยอดอย.. เราก็เดินเลาะแนวสันเขาไปเรื่อยๆ คุณสุรินทร์ อยากพาเราไปดูลายแทง ที่ถูกสลักอยู่บนหิน ซึ่งแปลกมาก แต่ก็เปลี่ยนเส้นทางเบี่ยงออกไปอีกทาง เพราะไม่งั้น คงต้องค้างคืนกันอีกซักวัน ถ้าจะเหมาะ..คือว่าพวกเราอ่อนซ้อมไปหน่อยน่ะ ..รู้งี้น่าจ๊อกกิ้งก่อนมาซัก 2 อาทิตย์ล่ะก็แจ๋วเลย.. * ไปดูน้ำตก 4 ชั้น * เดินอ้อมเขากันไปเรื่อยๆ เชื่อแล้วว่าไม่ว่ารถใดๆ ก็
มาไม่ได้จริงๆ เป็นทางเดินเท้าอย่างเดียวเลย มันเป็นทางเดินเล็กๆ กว้างแค่ซัก 1 ฟุตได้มั้ง..ชิดขอบเขา..(กลัวกลิ้งตกเขามากๆเลยนะ) * เราเดินย้อนรอยน้ำตกขึ้นไปเรื่อยๆ มองลงไปข้างล่าง ...อู้ฮู....พระเจ้าจอร์จ...มันสวยงามจริงๆ ...เราอยู่เหนือต้นไม้ใหญ่ยักษ์ตั้งเยอะแยะอย่างนั้นได้ยังไง ..อยู่เหนือน้ำตก..โขดหินก้อนใหญ่ยักษ์มากมาย..เห็นสายน้ำไหล เสียงซู่ๆๆ ลงไปสู่เบื้องล่าง..สวยที่สุดเลย...แต่ว่า..อย่าดูเพลิน.. คือว่ามันตาลายจะตกเขาได้เลยน่ะฮ่ะ..เพราะทางเล็กมากอย่างที่บอกและชิดขอบเขาจริงๆ.. พร้อมจะกลิ้งหล่นได้เลย..โอ๊ยย...เสียวไส้จังแฮะ.. * แล้วก็เต็มไปด้วยใบไผ่ที่ร่วงอยู่บนพื้นตลอดทางเดิน ลื่นมากๆ..ลื่นที่สุด... เดินไป ผลัดกันลื่นล้มไป เบรคก็ไม่ค่อยจะอยู่ เพราะทางมัน slope สุดๆ เลย บางช่วงก็ไม่มีต้นไม้ให้เราจับยึดได้เลย *ในช่วงที่เจอป่าไผ่ มีเสียงแนะนำให้นั่งสไลด์ไปเล๊ยยย...ประมาณสไลด์เดอร์ หรืออีกทีเหมือนเล่นสเล็ดบนหิมะนั่นน่ะ...ถ้าไม่กลัวกางเกงขาด หรือหนามตำก้น ก็คงเอาแล้วล่ะ... * ก็ได้ไม้เท้ากายสิทธิ์ ที่เค้าตัดจากกิ่งไผ่ตามทาง แจกกันคนละอัน ไว้พยุงตัวนั่นแหละ ก็ช่วยได้มากๆ แต่บางช่วง ก็รู้สึกเกะกะ อยากเหวี่ยงมันทิ้งไป แต่ก็ไม่กล้าทิ้ง เพราะไม่รู้ว่าเบื้องหน้ายังมีอะไรให้เราต้องผจญอีก เพราะเส้นทางก็เปลี่ยนไปหลายๆสภาพตลอดทาง * บางช่วงก็ต้องเดินก้มหลังเพื่อลอดซุ้มต้นไม้ต่อเนื่องหลายเมตรเลย * อารมณ์ประมาณซุ้มรับน้องนั่นน่ะ * น้ำก็หมด หิวก็หิว อยากให้ถึงที่หมายเร็วๆ ก็อยาก ฮู๊ยยย..มันอยากหมดแรงจริงๆ...







เราเดินข้ามลำน้ำตกไปหลายแห่ง แต่ละครั้ง อยากจะกระโจนลงไปนอนแช่จริง..จริ๊ง..แต่กลัวตามเค้าไม่ทันแฮะ และก็ซึ้งเลยแหละว่า เวลาเดินป่าน่ะ แหล่งน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตเราขนาดไหน
* 4 โมงเย็น คุณปวีณ เริ่มไขข้อกำเริบ..ต้องเดินด้วยเท้าซ้าย แล้วเขย่งเท้าขวาไปเรื่อยๆ อีกประมาณ ชั่วโมงเศษๆ แน่ะ บางทีก็ต้องเดินถอยหลังลงเขา เพื่อให้เจ็บน้อยที่สุด นับถือๆ คุณปวีณแข็งใจเดิน แล้วบอกว่าไม่เดิน มันก็ไม่ถึงซักทีอ่ะดิ ...เออ...ใช่นะ..ขนาดนั้นก็ยังอุตส่าห์เก็บขยะพลาสติคห้อยเอวออกมาทิ้งนอกป่า และก็เก็บภาพงามๆมาอีกหลายช็อต * คุณชา ก็เริ่มเจ็บหัวแม่เท้าขวา ก็เวลาเดินลงเขา มันต้องใช้เท้าเบรค เป็นระยะทางไกลโข * คุณโย ก็ตะคริวกินตลอดทาง * คุณเอ๋ ก็เริ่มเจ็บข้อเท้าขวา เหมือนจะแพลงนิดๆ * เรื่องปวดน่อง ก็ทั่วถึงกัน (3วันนั่นน่ะถึงจะหาย) * ขบวนที่ไปพร้อมเรา เค้าก็ม่วนกันมาก คอยพักรอให้กำลังใจเราเป็นระยะๆ คอยส่งน้ำ ดูแลเรา และแซวกันเองตลอดทาง * ได้ยินเสียงคุณลุง คนนึงตะโกนลั่นเขาว่า..หนูอยากกลับบ๊าน
.... เรียกเสียงหัวเราะจากขบวนดังลั่น แบบว่า..เอ๊อ...ใช่เล๊ยย * เห็นนั่งทุบขากันเป็นระยะๆ * บางคนก็แฮงค์เหล้ามา เดินไป พึมพำไป จอดตรงไหน ลงนอนตรงนั้น บางคนก็ทา ถูนวด ด้วยน้ำมัน ฯลฯ *เสื้อผ้าแต่ละคนงี้ เปียกเหงื่อชุ่มโชก เปลี่ยนเป็นสีเข้มๆ เฮ้อ.. * คุณโย ดูท่าจะ เจ็บตะคริว แต่ก็อดทนมากๆ เห็นหยุดยืนก้มหน้าทำสมาธิเป็นพักๆ ...เจ็บหนอ ..อดทนหนอ.. *คุณโยปรารภ ว่า ผมห่วงจะมาถ่ายรูปไปลงวารสารแพ็คเก็จทัวร์ที่คณะเราต้องทำกันนี่แหละ เลยต้องมาถ่ายรูปให้ได้ เสร็จงานวารสารนี้ต้องเลี้ยงใหญ่พวกเรานะ * ใช่แล๊ววว..เห็นด้วย.. ไม่เลี้ยงไม่ยอมนะ ฮือๆๆๆๆ ปวดข้อเท้า..หนูอยากกลับบ๊านนน * คุณชา กะ คุณปวีณ เสนอไอเดียปิ๊งๆว่า ..อ๊ะ..อ๊ะ ..น่าจะมีการสำรวจเส้นทางสปามั่งนะ หรือว่าหลวงพระบาง..อะไรอย่างเงี๊ยะ... * ถูกต้องแล๊วคร๊าบบบบ * อ่ะ...ชาวสปา ทำโปรแกรมมาให้เราไปสำรวจหน่อยเร๊ววววว ก่อนที่เราจะปิดเล่มแล้วนะจ๊ะ * คุณสร้อย คุณวนิดา โทร.มาถามข่าวคราว และให้กำลังใจพวกเราตลอดทาง จะบอด
สัญญาณช่วงขาลงแค่ซัก 1-2 ชม. * และ แร้ววว...ในที่สุด เราก็เดินอ้อมเขาจนกลับมาถึงน้ำตกตาดฮาง อันเป็นจุดใกล้ๆ จุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง...เย้ ๆๆๆ..เราทำได้..ขอนั่งพักกันไปคนละมุมก่อนนะ *คุณโย พักบนแคร่ นั่งเหม่อมองดูน้ำตก *เอ๊ะ ยิ้มหน่อยดิคุณ คิดอะไรอยู่น่ะ ฮึ* คุณปวีณ พักบนก้อนหินกลางแอ่งน้ำตก ก้มหน้ามองน้ำไม่ยอมแช่เท้าในน้ำ เราก็เอ๊ ..ทำไมน่ะ เพิ่งมารู้ทีหลังว่า พี่แกใส่ถุงเท้าลายคิกขุ เลยไม่กล้าถอดง่ะ ..โธ่เอ๊ย..ลูกพี่ ..อารมณ์เนี๊ยะ..ไม่ต้องอายใครกันแล้ว..เดี๊ยนงี้ สลัดถุงเท้าก่อนเพื่อนเล๊ย *คุณชา กะ คุณเอ๋ ถอดถุงเท้า เอาเท้าแช่น้ำตก ใสแจ๋ว เย็นเจี๊ยบ ..ว๊าว..ซี๊ดด...ความเย็นของน้ำ มันค่อยๆ ซึมไปถึงกระดูกเท้า,ขา และหัวเข่า มันขึ้นไปถึงหัวเลยน่ะ.. *ต้องรีบชักเท้าขึ้น ๆ ลงๆ..หายปวดน่อง ภายใน 5 วิ เลยค่ะคุณขา .. สดชื่นที่ซู๊ดด.. พลังกลับคืนมาภายใน 10 วิ...ฮิๆๆๆ จริงๆนะ ..มหัศจรรย์ธรรมชาติงัยคะ * พอค่อยยังชั่ว ใส่ถุงเท้ากลับ ....อู๊ววววว... มันอุ่นม๊าก ๆ * นี่แหละหนา “วารีบำบัด” *เดี๋ยวคุณนก กะคุณชา จะจัดโปรแกรมทำนองนี้ให้เลย “ธรรมชาติบำบัด 7 วัน 6 คืน” อะไรทำนองนั้น รับรองเจ๋งเป้ง คุณเอ๋ยินดีเป็นพรีเซนเตอร์ให้ฟรีเลยค่ะ ฮ่ะๆๆๆ เอิ๊กๆๆๆ ชอบค่ะชอบ*
*6 โมงเย็น ถึงจุดหมายปลายทาง ขอบคุณชาวคณะร่วมขบวน ทั้ง 30 ชีวิต พร้อม นายกอบต.สุรินทร์ เขื่อนเพชร ผู้รักการเดินป่าเป็นชีวิตจิตใจ * คุณโย คุณชา ได้ให้คำแนะนำแก่คุณสุรินทร์ ในมุมมองของคนแวดวงท่องเที่ยวไว้ว่า จะต้องทำอย่างไร ปรับ หรือเติมอะไรนิดหน่อย เพื่อให้ถูกใจนักท่องเที่ยว เช่น อาจต้องทำเป็น โปรแกรม ค้างคืน ชาวต่างชาติจะชอบ ทำที่พักระหว่างทาง ให้นั่งพักได้ เป็นต้น * คุณวนิดา กะคุณสร้อย โทร.หาด้วยความห่วงใยพวกเรา และเตรียมมื้อเย็นไว้ให้ด้วย คุณสมัย ก็รออยู่หลังสำรวจ 6 จุด รอบท่าสายไปแล้วเหมือนกัน ใจน่ะอยากไปมากๆ เลยง่ะ แต่สังขารมันไม่อำนวย..หมดแร๊ง...หมดแรงน้ำข้าวต้ม สลายตัวไปก่อนนะเจ๊า * จบข่าวรายงานความประทับใจ ณ .. “ดอยดัง นางแล“
* ฉบับหน้ารายงานการสำรวจเส้นทาง อบต. ท่าสาย โดย คุณวนิดา กะคุณสร้อย เจ๊า *