 |
<< ย้อนกลับ
|
| |
|
  |
| เป็นวัดที่คุณเฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยสร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่น
รังสรรค์งานศิลปะที่งดงามแปลกตาผสานวัฒนะธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจกและจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่วัดร่องขุ่น
ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000 อ่านต่อที่นี่ |
|

อยู่ที่ถนนท่าหลวง เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงอ์ องค์ที่อยู่เมืองเชียงใหม่ปัจจุบัน
พระอุโบสถเป็นแบบศิลปะวัฒนะธรรมล้านนา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรม
พระอนุชาของพระเจ้ากือนาผู้ครองนครเมืองเชียงใหม่ นอกจากนั้นบานประตูยังออกแบบโดย
คุณถวัล ดัชนี บอกเรื่องราวเกี่ยวกับ ดิน น้ำ ลม ไฟ และแกะสลักโดยฝีมือสล่าอำนวย
ชาวเชียงราย โทร. 053-745038 |
 |
|
 |

อยู่ที่ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกตองค์ที่ประดิษฐานอยู่
ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพ ตามประวัติกล่าวว่าพบในเจดีย์วัดพระแก้วที่ถูกฟ้าผ่า
พังทะลายลง ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน เจ้าผู้ครองนครเมืองใหม่ เมื่อปี
พ.ศ.1977 พบเป็นพระพุทธรูปลงรักปิดทอง และเมื่อกะเทาะรักออกจึงพบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวที่สร้างด้วยหยก
ปัจจุบันชาวเชียงรายได้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหม่ขึ้นแทนเรียกว่าพระหยกเชียงราย
หรือ พระพุทธรัตนากร นวติวัสสานุสรณ์มงคล หอพระหยกปิด 18.00 น.โทร 053-718533 |
|

เป็นวัดที่เก่าแก่ที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของกู่พญามังราย
ที่ตั้ง อยู่ด้านหลังวัดพระแก้ว
รถยนต์ส่วนตัว จากวัดพระแก้ว เลี้ยวขวาที่สี่แยกเข้า ถ. เรืองนคร ซึ่งเป็นวัยเวย์
ไปประมาณ 500 ม. จะไปบรรจบ ถ.งำเมือง เป็นสามแยกศูนย์คมนาคม จากนั้นเลี้ยวขวา
ขับตรงขึ้นวัดประมาณ 300 ม.
ประวัติ แต่เดิมบนดอยงำเมืองมีเพียงกู่บรรจุพระอัฐิของพระยามังรายเท่านั้น
ยังมิได้เป็นวัดแต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2032 พระยาศรรัชฏากองเงินทรงสร้างวัดขึ้นและให้ชื่อว่า
วัดงำเมือง ต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมอีกครั้งโดยเจ้าฟ้างำเมือง โอรสผู้ครองนครเชียงแสน
โดยได้สร้างวิหารและเสนาสนะขึ้นในปี พ.ศ. 2220 หลังจากนั้นวัดงำเมืองก็ชำรุดทรุดโทรมลงเพราะขาดการทำนุบำรุง
กลายเป็นวัดร้างมานาน จนกระทั่ง พ.ศ. 2495 จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่
กลายเป็นวัดดังที่เห็นในปัจจุบัน |
 |
|
| |

เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาแล้วประมาณ 567 ปี ลักษณะศิลปกรรมภายในวัดเป็นแบบล้านนาประยุกต์
ที่ตั้ง อยู่ใจกลางเมืองเชียงราย ตรงสี่แยกระหว่าง ถ. อุตรกิจ ติดกับ
ถ. รัตนาเขต
รถยนต์ส่วนตัว จาก ถ. สิงหไคล หน้าหอวัฒนะธรรม มุ่งหน้าออกจากเมืองเลี้ยวขวาเข้า
ถ. รัตนาเขต ผ่านสำนักงานตำรวจภูธร จ. เชียงรายไปประมาณ 200 เมตร ผ่านสี่แยกแรก
วัดอยู่ขวามือ
ประวัติ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1975 เดิมบริเวณวัดมีต้นจันทร์แดงขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง
ถือเป็นไม้มงคล ใช้บูชาพระตามธรรมเนียมโบราณ ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า
จั๋นต๊ะโลกหรือวัดจันทน์โลก ต่อมาเมื่อมีการรัดวัดเมืองเชียงรายใหม่
พบว่าวัดแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองพอดี จึงได้สถาปนาสะดือเวียงหรือเสาหลักเมืองชึ้น
จึงได้ชื่อว่า วัดจันทน์โลกกลางเวียง แต่ในปี พ.ศ. 2446 เกิดพายุใหญ่พัดต้นจันทน์แดงหักโค่นลงมา
โบสถ์และวิหารพังทลายต้องบูรณะใหม่ชื่อวัดจึงเฟลือเพียงวัดกลางเวียงเพราะไม้จันทน์นั้นล้มลงแล้ว |
|
 |

เป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมทอง มีหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศาวดารโยนกของพระยาประชากรจักรได้กล่าวว่า
เมื่อพุทธศาสนาล่วงมาแล้ว 956 พรรษา มีพระมหาเถระเจ้ารูปหนึ่งชื่อ พระพุทธโฆษา
เป็นชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี (สะเทิม) ในรามัญประเทศ ได้ออกไปสู่เมืองลังกาทวีป
นำคัมภีร์พระไตรปิฎกแต่ลังกาทวีปมาสู่รามัญประเทศและพุกามประเทศ ท่านได้มาสู่แคว้นโยนกนครไชยบุรีศรีเชียงแสนได้นำพระบรมสารีริกธาตุ
16 องค์ มาถวายแก่พระเจ้าพังคราช เจ้านครโยนก พระเจ้าพังคราชทรงให้แบ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุขนาดใหญ่
1 องค์ ขนาดกลาง 2 องค์ ประทานให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ (เชียงราย)
พญาเรือนแก้ว จึงได้สร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ดอยทอง
โดยตั้งนามให้ว่า "พระธาตุจอมทอง" เป็นนามมงคล |
|

เป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมสัก เดิมชื่อว่า พระธาตุดอยบ้านยาง สร้างขึ้นในสมัยโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน
จนถึงสมัยกษัตริย์องค์ที่ 25 พระนามว่า พระเจ้าพังคราช ได้มีพระเถระรูปหนึ่งเป็นชาวมอญนามว่า
พระพุทธโฆษา นำเอาพระบรมสารีริกธาตุจากลังกาทวีปมาถวาย พระองค์ได้แบ่งไปประดิษฐานที่พระธาตุจอมกิตติส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งนำมาประดิษฐานที่พระเจดีย์ดอยบ้านยาง จนถึง พ.ศ. 2490 ครูบาคำหล้า
สังวโร เป็นประธานในการบูรณะพระธาตุขึ้นใหม่จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "พระธาตุจอมกิตติ"
จนถึงทุกวันนี้ |
 |
|
| |
|
|